Waters of Life

Biblical Studies in Multiple Languages

Search in "Thai":
Home -- Thai -- John - 062 (Healing on the Sabbath)
This page in: -- Arabic -- Armenian -- Bengali -- Burmese -- Cebuano -- Chinese -- English -- Farsi? -- French -- Georgian -- Greek -- Hausa -- Hindi -- Igbo -- Indonesian -- Javanese -- Kiswahili -- Kyrgyz -- Malayalam -- Peul -- Portuguese -- Russian -- Serbian -- Somali -- Spanish -- Tamil -- Telugu -- THAI -- Turkish -- Twi -- Urdu -- Uyghur? -- Uzbek -- Vietnamese -- Yiddish -- Yoruba

Previous Lesson -- Next Lesson

ยอห์น - แสงสว่างส่องในความมืด
ศึกษาพระกิตติคุณของพระคริสต์ ตามคำบอกเล่าของยอห์น
ตอนที่ 2 - แสงสว่างส่องเข้ามาในความมืด (ยอห์น 5:1 - 11:54)
ค - การเดินทางสุดท้ายของพระเยซูสู่กรุงเยรูซาเล็ม (ยอห์น 7:1-11:54) หัวข้อ: บทบาทของความมืดและความสว่าง
2. การรักษาชายที่ตาบอดแต่กำเนิด (ยอห์น 9:1-41)

ก) การรักษาโรคในวันสะบาโต (ยอห์น 9:1-12)


ยอห์น 9:1-5
1 ขณะพระองค์เสด็จไปนั้นทรงเห็นชายคนหนึ่งตาบอดแต่กำเนิด 2 พวกสาวกของพระองค์ทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ใครทำบาปคนนี้หรือพ่อแม่ของเขาเขาถึงเกิดมาตาบอด?” 3 พระเยซูตรัสตอบว่า “ไม่ใช่คนนี้หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาปแต่เขาเกิดมาตาบอดเพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา 4 เราต้องทำพระราชกิจของผู้ทรงใช้เรามาเมื่อยังวันอยู่กลางคืนอันเป็นเวลาที่ไม่มีใครทำงานนั้นกำลังใกล้เข้ามา 5 ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก เราก็เป็นความสว่างของโลก”

พระเยซูไม่ได้เร่งหนีไปจากศัตรู ผู้ที่อยากจะขว้างหินใส่พระองค์ แต่พระองค์ได้สังเกตเห็นถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อในวิกฤติของพี่น้องคนหนึ่งที่อยู่ในความทุกข์ทน พระองค์เป็นความรักที่ยกโทษ สัตย์ซื่อและเต็มไปด้วยพระพร เหล่าสาวกมองเห็นชายตาบอดแต่ว่าพวกเขายังไม่ได้ลำบากเกินไป แทนที่พวกเขาจะพิจารณาใคร่ครวญเกี่ยวกับความรู้สึกผิดในเคราะห์ร้ายเช่นนี้ อย่างที่คนในอดีตคิดว่าเชื้อโรคเกิดขึ้นเพราะความบาป หรือสิ่งอื่น ๆ และได้ลงมาเป็นการลงโทษจากพระเจ้า พระเยซูไม่ได้ให้คำนิยามสาเหตุของความพิการนี้ พระองค์ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงพ่อแม่หรือชายหนุ่มนั้นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ได้เห็นถึงโอกาสในความทุกข์ยากเพื่อพระองค์จะทำงานกับเขา พระองค์จะไม่ยอมให้เหล่าสาวกตัดสินชายตาบอด หรือ มีคำถามถึงสาเหตุของความพิการนี้ พระองค์ไล่พวกเขาให้เคลื่อนไปข้างหน้า และสำแดงต่อพวกเขาถึงจุดมุ่งหมายแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า พร้อมกับความรอด และ การรักษาโรค

“เราต้องทำการ” พระเยซูกล่าว ความรักกระตุ้นพระองค์ เพราะทรงไม่มีความต้องการที่จะตัดสิน หรือ ทำลาย แต่ปรารถนาจะรักษาโรคเพราะความเห็นอกเห็นใจ ทรงสำแดงให้เห็นที่นั่นถึงความรักที่ไถ่แล้ว ความเชื่อมั่นและจุดมุ่งหมายของพระองค์ พระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก และ ต้องการจะนำชีวิตแห่งพระเจ้าเข้ามาให้ผู้คน

เรายังต้องฟังพระคำของพระเยซูด้วย “เราไม่ทำการในนามของเรา และไม่ใช่ผ่านกำลังของเรา ยิ่งกว่านั้นเราทำงานของพระบิดาให้สำเร็จในพระนามของพระองค์ ตามแต่พระทัยพระองค์” ในการงานของพระองค์ ทรงร้องเรียกหาพระเจ้า

พระเยซูรู้ว่าเวลานั้นสั้นนัก และความตายก็ใกล้เข้ามา แม้กระนั้น พระองค์ได้ให้เวลาที่จะรักษาชายตาบอดพระองค์เป็นแสงสว่างของโลก กระหายที่จะส่องสว่างให้กับชายตาบอดด้วยแสงแห่งชีวิต จะมีเวลาที่เมื่อทั้งพระองค์หรือทูตสวรรค์คนใดก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ขณะที่มันเป็นตอนกลางวัน ยังมีเวลามากที่จะสั่งสอนได้ ขอให้เราเป็นพยานเพื่อพระองค์ และความมืดเพิ่มขึ้น โลกของเราจะไม่มีความหวังนอกจากการกลับมาของพระคริสต์ ใครเล่าจะตระเตรียมทางของพระองค์

ยอห์น 9:6-7
6 เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงบ้วนน้ำลายลงที่ดิน แล้วทรงเอาน้ำลายนั้นทำเป็นโคลนทาที่ตาของคนตาบอด 7 แล้วตรัสสั่งเขาว่า “จงไปล้างโคลนออกในสระสิโลอัม” (สิโลอัมแปลว่า ใช้ไป) เขาจึงไปล้างแล้วกลับมาก็มองเห็น

เมื่อก่อนนี้ พระเยซูได้กระทำอัศจรรย์ด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ในกรณีของชายตาบอด พระองค์บ้วนน้ำลายลงที่พื้น และทำก้อนเหนียวออกจากน้ำลาย และนำมันไปปิดตาของชายตาบอด พระเยซูต้องการให้เขารู้สึกว่าชายตาบอดได้รับบางสิ่งบางอย่างจากพระกายของพระคริสต์ พระเยซูรู้สึกสงสารชายตาบอดและปฎิบัติต่อเขาในลักษณะสุภาพที่สุดเพื่อนำเขามาสู่การรักษา เป็นที่น่าประหลาดใจ ตาของชายคนนี้ไม่ได้เปิดออกในทันที เขาต้องเดินออกไปจนก้นของหุบเขา เพื่อล้างตนในสระของสีโลอัมซึ่งหมายถึง “ผู้ที่ถูกส่งไป” เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่การรักษาโรคหมายถึง เพื่อการส่งไปข้างหน้าสู่ประชากรของพระองค์ พวกเขาเองเกิดมาเป็นคนตาบอดในบาปและกระทำผิด และจำเป็นต้องได้รับการรักษา ซึ่งพระเยซูเตรียมไว้ให้รวมทั้งความรอดด้วยเช่นกัน

คนตาบอดยอมรับสัญญาของพระคริสต์ มั่นใจในความรักของพระองค์ เขาเชื่อฟังโดยทันที และเดินไปอย่างช้า ๆ เพื่อคิดอย่างพินิจพิเคราะห์ในหัวใจของเขา ว่าพระเจ้าได้บอกว่าอะไร กระนั้น เขาก็ไปและล้างตาและได้รับการรักษา ในทันทีเขามองเห็นผู้คน น้ำ แสงสว่าง มือของตนอง และท้องฟ้า เขาได้มองเห็นทั้งหมดนี้และรูสึกงงงวย เสียงของเขาระเบิดออกมาด้วยคำว่าฮาเลลูยา และคำสรรเสริญสำหรับพระเมตตาของพระเจ้า

ยอห์น 9:8-12
8 เพื่อนบ้านและบรรดาคนที่เคยเห็นชายคนนั้นเป็นคนขอทานมาก่อนก็พูดกันว่า “คนนี้ใช่ไหมที่เคยนั่งขอทาน?” 9 บางคนก็พูดว่า “ใช่คนนั้นแหละ” คนอื่นว่า “ไม่ใช่ แต่เขาเหมือนคนนั้น” ตัวเขาเองพูดว่า “ข้าพเจ้าคือคนนั้น” 10 พวกเขาจึงถามเขาว่า “ตาของเจ้าหายบอดได้อย่างไร?” 11 เขาตอบว่า “ชายคนหนึ่งชื่อเยซูทำโคลนทาตาของข้าพเจ้าและบอกข้าพเจ้าว่า ‘จงไปที่สระสิโลอัมแล้วล้างโคลนออก’ ข้าพเจ้าก็ไปล้างตาแล้วก็มองเห็น” 12 พวกเขาจึงถามว่า “เขาอยู่ไหน?” คนนั้นบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบ”

อัศจรรย์ไม่ได้ถูกเก็บไว้เป็นความลับ เพราะว่าเพื่อนบ้านของพระองค์ได้เห็นคนที่ได้รับการรักษา และประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง บางคนไม่เชื่อว่าคนที่เดินตรงไปคนนั้น เป็นคนเดียวกับคนที่เคยเดินสะดุดและลังเลที่จะเคลื่อนไป บ่อยครั้งที่เขามักจะต้องมีคนจูง แต่เขาได้เป็นพยานว่าตนเป็นคนเดิม คนเดียวกันกับที่ผู้คนเคยรู้จักมาก่อน

ผู้คนถามไถ่เกี่ยวกับรายละเอียดการรักษาโรคของพระองค์ แต่ไม่ได้ถามเกี่ยวกับผู้รักษาโรค แต่ถามถึงวิธีในการรักษา ชายตาบอดที่ได้รับการรักษาเรียกคนที่รักษาเขาว่าเยซู และรู้เรื่องของเขาน้อยมาก เขาไม่รู้เกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์ แต่เห็นพระองค์เป็นชายที่ปั้นดินเหนียวแล้วป้ายไปที่ตาของเขา แล้วสั่งให้เขาไปล้างออก และแล้วเขาก็สามารถมองเห็นได้

ในเรื่องนี้ คนสอดแนมของสภาได้ถามว่า “พระเยซูคนนี้ อยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มตอบว่า “ฉันไม่รู้ ครั้งหนึ่งฉัน เคยตาบอด แต่ตอนนี้มองเห็นแล้ว เขาไม่ได้ขอเงินฉัน และแม้แต่จะทวงคำขอบคุณ ฉันลงไปที่บ่อน้ำ และตอนนี้ฉันสามารถเห็นได้ ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หรือ มาจากไหน”

คำอธิษฐาน: เราขอขอบพระคุณ พระเจ้า พระเยซู พระองค์ไม่ได้เดินผ่านคนตาบอดและเพิก เฉยต่อเขา พระองค์ได้เปิดดวงตา และทำให้เขาเป็นเครื่องหมายสำหรับทุกคนที่เกิดมาในความบาป ขอให้เช็ดดวงตาของเราให้สะอาดโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อว่าเราจะเห็นแสงสว่างของพระองค์ และสารภาพพระนามของพระองค์ด้วยความปิติยินดีเถิด

คำถามที่:

  1. เหตุใดพระเยซูจึงได้รักษาชายที่ตาบอดแต่กำเนิด

www.Waters-of-Life.net

Page last modified on March 12, 2020, at 02:30 PM | powered by PmWiki (pmwiki-2.3.3)